เหตุการสำคัญ

09 มกราคม 2550

วางระเบิดทั่วกรุง

31 ธันวาคม 2549
ได้มีการระ้เบิดทั่วกรุงเทพ โดยระเบิดเริ่มระเบิด เวลา 16:00 น. จำนวน 6 จุด และเวลา 24:00 น. จำนวน 2 จุด

กระทรวงการคลังป้องกันค่าเงินบาท

18 ธันวาคม 2549
กระทรวงการคลังได้มีประกาศเรื่องการสำรองเงิน 30 % เพื่อป้องกันค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก ทำใ้ห้ในวันถัดไปตลาดหุ้นได้ล่วงไป 107 จุด ซึ่งมากที่สุดเท่าที่มีมา

21 ธันวาคม 2549

สรุปเหตุการณ์ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นงัดเครื่องมือ "เซอร์กิตเบรกเกอร์" ครั้งแรก

ผลพวงมาตรการสกัดเก็งกำไรค่าเงินบาทของ ธปท. ส่งผลกระทบรุนแรงทันทีเมื่อเปิดตลาดหุ้นไทย ดัชนีเปิดตัวที่ 721.85 จุด ลดลง 8.7 จุด ก่อนทรุดตัวลง 10 จุด ภายใน 1 ชั่วโมง แรงขายทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผล 444 หลักทรัพย์ราคาปรับลดลงถ้วนหน้า จนเมื่อเวลา 11.30 น. ดัชนีดิ่งลงแตะที่ 656.49 จุด ลดลง 73.80 จุด หรือ 10.10% มูลค่าการซื้อขาย 34,124.70 ล้านบาท ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องใช้มาตรการการหยุดซื้อขายหุ้นชั่วคราว หรือที่เรียกว่า "เซอร์กิตเบรกเกอร์" (circuit breaker : CB) เป็นเวลา 30 นาที ตั้งแต่ 11.29-11.59 น.

ท่ามกลางความปั่นป่วนยังปรากฏกระแสข่าวว่า บริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศต่างพากันปรับมุมมองตลาดหุ้นไทยเป็นลบ ปิดตลาดครึ่งวันเช้านักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นออกเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ส่งผลมูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) หายไปกว่า 5 แสนล้านบาท

เมื่อเปิดการซื้อขายภาคบ่ายตลาดเปิดตัวที่ 642.34 จุด ลดลง 88.51 จุด จากนั้นดิ่งลงต่อเนื่อง ดัชนีลึกสุดที่ 587.92 จุด หรือลดลงกว่า 142.63 จุด เกือบถึงระดับที่ต้องใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์อีกครั้ง แต่มีแรงซื้อเข้ามาหนุนดัชนีดีดกลับจากกระแสข่าวว่า ธปท.เตรียมจัดหามาตรการเข้ามากอบกู้สถานการณ์ ด้วยมาตรการหาที่พักเงิน ปิดตลาดดัชนีอยู่ที่ 622.14 จุด ลดลง 108.41 จุด หรือลดลง 14.84% ต่ำสุดในรอบ 2 ปี ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 72,131.55 ล้านบาท

โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 25,121.58 ล้านบาท สถาบันขายสุทธิ 2895.52 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 28,017.10 ล้านบาท มูลค่าตลาดหุ้นรวมลดลง 8.2 แสนล้านบาท เหลือ 4.63 ล้านล้านบาท ภายในวันเดียวหลังใช้มาตรการสกัดเก็งกำไรค่าบาท

อนึ่ง มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์ซึ่งมีไว้สำหรับหยุดความผันผวนของตลาดหุ้นไทย โดยเมื่อดัชนีหุ้นไทยลดลง 10% ระบบจะสั่งหยุดการซื้อขายเป็นเวลา 30 นาที ก่อนจะทำงานอีกครั้งเมื่อดัชนีลดลงถึง 20% โดยหยุดพักการซื้อขาย 14 ชั่วโมง เพิ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกวานนี้ เพราะจากทุกวิกฤตการณ์ที่ผ่านมาที่มีการเตรียมมาตรการ circuit breaker ไว้ใช้ 6 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์ที่เกิดจากภายในและภายนอกประเทศ ความรุนแรงของสถานการณ์ไม่เคยถึงขั้นที่ต้องใช้ระบบเซอร์กิตเบรกเกอร์เลย จากดัชนีไม่เคยปรับลดลง 10%

ทั้งนี้ วิกฤตการณ์แบล็กมันเดย์ หรือ Black Monday (19 ต.ค.2530) ดัชนี 459.01 จุด ลดลง 13.85 จุด หรือ 2.93%, วิกฤตสงครามอ่าวเปอร์เซีย (2 ส.ค.2533) ดัชนี 1,129.36 จุด ลดลง 13.27 จุด หรือ 1.16%, เหตุรัฐประหารโดยคณะ รสช. (25 ก.พ.2534) ดัชนี 734.24 ลดลง 57.40 จุด หรือ 7.25% พฤษภาฯทมิฬ (19 พ.ค.) 2535 ดัชนี 667.84 จุด ลดลง 65.05 จุด หรือ 8.88%

วิกฤตการณ์ลดค่าเงินบาท (2 ก.ค.2540) ดัชนี 568.79 เพิ่มขึ้น 41.51 จุด หรือ 7.87% แม้แต่เหตุการณ์ 911 (13 ก.ย.2544) ดัชนี 308.17 จุด ลดลง 22.17 จุด หรือ 6.72% และล่าสุดกับเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ดัชนี 673 จุด ลดลง 29.56 จุด หรือ 4.20%

07 ตุลาคม 2549

เลือกนายกชั่วคราว

ทางคณะปฏิรูปการปกครองเสนอให้ พล.อ.สุรยุทร เป็นนายกรัฐมณตรี

19 กันยายน 2549

ปฏิรูปการปกครอง

ประเทศไทยได้มีการปฏิรูปการปกครอง วันที่ 19 กันยายน 2549 เวลา 22:00 น.
โดยยึดอำนาจจากนายกทักษิน ในขณะที่นายกไปต่างประเทศ

คลังบทความของบล็อก